
เสริมคาง เป็นศัลยกรรมลำดับแรกๆสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการทำศัลยกรรมหน้าเรียว เนื่องจากว่าพวกเรามีความเห็นกันว่า กระบวนการทำคางที่ยาวขึ้นจะมีผลให้รูปหน้าของพวกเราดูดีขึ้น สถานพยาบาลทั่วๆไปก็มีบริการเสริมคาง ทำคาง แล้วก็ รีวิวเสริมคาง ให้คนเจ็บได้ตกลงใจมีอยู่มาก แต่ว่าจะมีสักกี่ผู้ที่รู้ดีว่า สิ่งจำเป็นกว่าวิธีการทำคางหรือเสริมคางโน่นเป็น รูปร่างที่พอดิบพอดีระหว่างคางรวมทั้งบริเวณใบหน้าส่วนอื่นๆโดยหลักพิจาณาบริเวณใบหน้าได้ส่วน จะใคร่ครวญร่วมกัน 3 ส่วนประกอบ เป็น โหนก ฟันกราม แล้วก็ ส่วนคาง ในกรณีที่ผู้เจ็บป่วยกังวลใจส่วนใดส่วนหนึ่ง แพทย์จะตรึกตรองร่วมกับโหนกแล้วก็ฟันกรามด้วย เพื่อบริเวณใบหน้าออกมาเพอร์เฟ็คที่สุด เนื้อหานี้จะย้ำเฉพาะการผ่าตัดเลื่อนกระดูกคาง หรือการผ่าตัดเสริมคางด้วยกระดูกตนเองเป็นหลัก สำหรับในการผ่าตัดโครงหน้าแบบ 3 จุด สามารถอ่านเพิ่มเติมอีกได้เลย
เรื่องสำคัญเรื่อง ” เสริมคาง ” ที่คนใคร่รู้ที่สุด เลือกอ่านได้
1. 2 แนวทางเสริมคางที่ได้รับความนิยม ดร.เซปิง จุดเด่น-จุดบกพร่อง แผลใน แผลนอกแตกต่าง ?
2. เสริมคาง ซิลิโคน VS ด้วยกระดูกตนเอง
3. เสริมคางด้วยกระดูกตนเอง ( เลื่อนคาง ) เหมาะสมกับคนใด ?
4. ปัญหาจริงที่พบมากจากผู้เจ็บป่วยที่เสริมคาง
5. รีวิว เสริมคาง ( รีวิวเจาะลึกปัญหาจริงจากคนป่วยแต่ละเคส + พร้อมบอกแนวทางแก้ไข )
การเสริมคางมี 2 แบบ
1. การเสริมคางด้วยซิลิโคน
โดยการเสริมคางด้วย ดร.เซปิง ซิลิโคนจะมีการเปิดแผลทางข้างในโพรงปากแล้วก็ด้านนอกรอบๆใต้คาง แต่ว่าคำตอบไม่ว่าจะเป็นการเสริมอีกทั้งข้างในหรือด้านนอกก็จะเห็นผลลัพธ์ที่ไม่ถาวรบริบูรณ์ ในอนาคตคนเจ็บบางทีอาจกำเนิดปัญหาของเยื่อข้างใน หรือปัญหาซิลิโคนแขวนทำให้คางเบี้ยว หรือเนื้อคางมองกว้างดก
จุดเด่น-จุดบกพร่อง : เสริมซิลิโคน ซึ่งมักมีปัญหาตอนหลัง ตัวอย่างเช่นคางแขวน คางตัด คางแหลมเหลือเกิน พบได้ทั่วไปปัญหาข้างหลังการเสริมคางซิลิโคนไปแล้วตอน 1 ปีข้างหลังการผ่าตัด ดร.เซปิง ผู้เจ็บป่วยจะเริ่มไม่สบอารมณ์กับคางตนเอง เนื่องจากว่ามีปัญหาคางใหญ่ยาวเกินความจำเป็นหรือเบี้ยว และก็จะกลับมาหาทางปรับปรุงอยู่เรื่อย
2. การเสริมคางด้วยกระดูกตนเอง
การเลื่อนตัดกระดูกคาง เป็นการตัดกระดูกคางแล้วเลื่อนกระดูกให้ขยับมาชิดกัน ทำให้ตอนคางเรียว ลดความกว้างของคาง และก็สามารถขจัดปัญหาคางถอยเหลือเกิน หรือคางยื่นเหลือเกินให้อยู่ในระดับที่พอดีได้ เป็นการตัดที่หลีกเลี่ยงเส้นประสาทรอบๆคาง รวมทั้งตัดเป็นรูปตัว T W ตามสมควรของเคสนั้นๆในบางครั้งบางทีอาจใช้กระดูกที่เหลือจากการตัดฟันกรามมาต่อรอบๆปลายคางได้ด้วย ในกรณีที่ผู้ป่วยกระทำตัดฟันกรามร่วมด้วยแล้วก็คางมีความสั้นเกินความจำเป็น
ทั้งคู่ขั้นตอนการผ่าตัด แพทย์จะเป็นคนตัดสินใจแล้วก็วางแบบการผ่าตัดให้ผู้เจ็บป่วยภายหลังจากแนวทางการทำซีทีสแกนมองแนวกระดูกรวมทั้งเช็คแนวเส้นประสาทแล้ว ผลที่ได้ถาวรเพราะว่าใช้กระดูกของตนเองไม่มีสิ่งปลอมปน บริเวณใบหน้าตอนคางจะมองเรียวมนธรรมชาติเยอะที่สุด แต่ว่าจะต้องใช้ความถนัดศัลยแพทย์ชั้นสูงสำหรับเพื่อการผ่าตัด ซึ่งไม่ใช่ศัลยแพทย์ทุกคนจะทำเป็น จำต้องผ่านการศึกษาเล่าเรียนต่อด้าน Maxillofacial ซึ่งมีน้อยมากในไทย ในแต่ละปีก็เลยมีผู้ป่วยคนประเทศไทยไม่น้อยเลยจะต้องบินไปทำศัลยกรรมที่ประเทศเกาหลีใต้
จุดเด่น-จุดด้วย : เสริมด้วยกระดูกตนเอง ธรรมชาติ ไม่เป็นผลข้างๆ แต่ว่าเป็นการผ่าตัดใหญ่ รายจ่ายสูง การผ่าตัดเสริมคางด้วยการเลื่อนตัดกระดูกคางหรือต่อกระมองกคางด้วชูรอบเดือนกตนเอง เป็นการผ่าตัดโดยใช้ยาสลบ ภายใต้การดูแลของวิสัญญีหมอ โดยศัลยแพทย์ผ่าตัดควรจะมีวิชาความรู้ด้าน Maxillofacial และก็ศัลยกรรมพลาสติก เพื่อวางแบบแล้วก็ผ่าตัดบริเวณใบหน้าให้ออกมาสมบบูรณ์แบบที่สุด ข้างหลังการผ่าตัดผู้ป่วยจะมีลักษณะชารอบๆปลายคาง ซึ่งอาการชาเป็นอาการชั่วครั้งคราว จะกลับมาปกติใช้เวลา 6-12 เดือน
เสริมคาง ด้วยกระดูกตนเอง เสริมคาง 1 ปี หน้าแปลงไหม
สิ่งที่แตกต่างระหว่างการเสริมคาง ด้วยซิลิโคน กับ การเสริมคาง ด้วยกระดูกตนเอง
การเสริมคางด้วยซิลิโคน ราคาแพงถูก แต่ว่าคำตอบไม่ถาวร ของใหม่และก็ความรุ่งโรจน์ทางศัลยกรรมของประเทศเกาหลี จะใช้การผ่าตัดเลื่อนคาง หรือ เสริมคางด้วยกระดูกตนเองแทนการเสริมซิลิโคน
ผลสรุปที่ได้จากการเสริมคางด้วยกระดูกตนเองจะได้ผลลัพธ์ที่ถาวร ธรรมชาติมากยิ่งกว่า ที่สำคัญไม่มีอันตรายที่สุด ไม่มีโอกาศติดเชื้อโรคหรืออักเสบข้างหลังการผ่าตัด เนื่องจากไม่มีการเสริมอุปกรณ์ปะปนเข้าไปที่คางของพวกเรา
แต่ว่าการเลื่อนกระดูกคาง หรือ การเสริมคางด้วยกระดูกเพียงอย่างเดียว ไม่ทำให้บริเวณใบหน้าของคนเจ็บเพอร์เฟ็ค เคล็ดวิธีประเทศเกาหลีที่นิยมสูงที่สุด เป็นแนวทางการทำวีไลน์ หรือ ยูไลน์ โน่นเป็น การตัดฟันกรามร่วมกับการเลื่อนตัดกระดูกคางนั่นเอง ( อ่านแนวทางการทำวีไลน์แบบเต็มๆ)
วีไลน์ เป็น การผ่าตัดฟันกราม ร่วมกับการเลื่อนตัดกระดูกคางด้วยกัน เพื่อบริเวณใบหน้าตอนหน้าได้สัดส่วนและก็รับกันในส่วนฟันกรามแล้วก็คาง กระดูกฟันกรามที่เอาทิ้ง บ้างครั้งแพทย์จะเอามาต่อกับกระดูกคางเพื่อเพิ่มความยาวของคาง กรณีเสริมคางด้วยกระดูกตนเองโดยการเลื่อนกระดูกคาง พวกเราเรียกวิธีการแบบนี้ว่า Mini V- Line ไม่นิวีไลน์
รีวิวข้างหลังเสริมคาง 4 เดือนเข้าที่เข้าทาง
การเสริมคาง ด้วยกระดูกตนเอง หรือ การเลื่อนตัดคาง เหมาะกับผู้ใดบ้าง
ผู้เจ็บป่วยที่คางสั้น อยากเพิ่มความยาวคาง
ผู้ป่วยคางกว้าง อยากให้คางเล็กหรือแคบลง
คนป่วยคางถอย สามารถปรับคางให้ยื่นไปด้านหน้าเพื่อรับกับปลายจมูกและก็หน้าผาก
ผู้ป่วยคางยื่นเหลือเกิน สามารถถอยคางให้อยู่ในระดับที่พอดี
กระบวนการทำศัลยกรรมเสริมคางตามโรงหมอและก็สถานพยาบาลทั่วๆไปในทุกวันนี้ พบว่ามีอยู่ร่วมกัน 2 แนวทาง เป็น แนวทางฉีดไขมันที่คาง หรือใช้สารฟิลเลอร์ แม้กระนั้นแนวทางลักษณะนี้จะไม่ดำรงอยู่ถาวร เพราะว่าไขมันแล้วก็สารฟิลเลอร์จะเบาๆสลายไปเองด้านใน 3-5 ปี สำหรับวิธีลำดับที่สองเป็น แนวทางเสริมคางด้วยซิลิโคน จะเป็นการผ่าตัดเล็ก โดยใช้ซิลิโคนแบบเดียวกับที่ใช้ในลัษณะของการเสริมจมูก มาเหลาปรับทรงตามสมควร หลังจากนั้นเอามาใส่รอบๆคาง ซึ่งการเสริมคางด้วยซิลิโคนนั้นจะแบ่งได้ 2 แบบ ดังต่อไปนี้
1. การเสริมคางจากภายนอกโพรงปาก
การผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคางจากภายนอกโพรงปาก เป็นการผ่าตัดเปิดแผลรอบๆใต้คาง ยาวราวๆ 2 ซม. โดยหมอสามารถปรับรูปคางได้หลายองศา และก็สามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้ถูกต้อง เด่นชัด รวมทั้งยังสามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้ ลดจังหวะสำหรับในการเหยเกเอียงได้ดิบได้ดีขึ้น ซึ่งจุดเด่นของการเสริมคางแบบแผลนอกปาก เป็น ดูแลค่อนข้างจะง่าย แผลมีขนาดเล็ก บวมน้อย พักฟื้นไม่นาน แม้กระนั้นการเสริมคางแบบเปิดแผลข้างนอก อาจส่งผลให้กำเนิดรอยแผลเป็นไปได้ ซึ่งจะต้องใช้เวลา 1-3 เดือนกว่ารอยแผลเป็นจะหายเอง แต่ว่าหากป้ายยาลดรอยแผลเป็นร่วมด้วยก็จะสามารถช่วยให้รอยแผลหายเร็วขึ้นจ้ะ
2. การเสริมคางจากภายในโพรงปาก
การศัลยกรรมวิธีการแบบนี้เป็นการผ่าตัดเปิดแผลภายในโพรงปาก ตรงรอบๆเหงือกข้างในกับริมฝีปากข้างล่าง ให้มีความยาวโดยประมาณ 2 ซม. (หรือสุดแท้แต่ขนาดซิลิโคน) ต่อจากนั้นศัลยแพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มห่อรอบๆขอบข้างล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดิบพอดีกับตำแหน่งที่อยาก จากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย ซึ่งแนวทางเสริมคางแบบแผลในปากเป็นแนวทางยอดนิยมสูง เพราะว่าไม่ทำให้มองเห็นรอยแผลข้างนอกที่เกิดจากการผ่าตัด เหมาะสมกับผู้ที่มีรอยแผลนูนง่าย (คีลอยด์) แต่ว่าข้างหลังการผ่าตัดจะต้องดูแลแผลในปากเป็นพิเศษ เพื่อปกป้องแผลติดโรคจากน้ำลายหรือเศษอาหาร รวมทั้งควรรอบคอบไม่ให้คางชนกระทั่งซิลิโคนเขยื้อนไม่ถูกตำแหน่งได้จ้ะ
วิธีสำหรับในการดูแลตนเองข้างหลังเสริมคาง
1. ข้างหลังผ่าตัดจะมีลักษณะอาการบวม จำเป็นต้องประคบเย็นอย่างต่ำ 48 ชั่วโมง โดยอาการบวมจะเบาๆต่ำลงราว 2 อาทิตย์
2. หมั่นบ้วนปากด้วยน้ำที่สะอาด น้ำเกลือ หรือนำยาบ้วนปาก ทุก 2-3 ชั่วโมงแล้วก็ทุกคราวหลังรับประทานอาหาร เพื่อเป็นการรักษาความสะอาดในโพรงปาก
3. ควรจะกินอาหารที่บดง่าย เป็นต้นว่า ของกินอ่อนหรือของกินเหลว รวมทั้งหลบหลีกการขยับปากในตอนแรก
4. ข้างหลังการผ่าตัดในด้านในตอน 2 อาทิตย์แรก ควรจะงดเว้นกิจกรรมที่ทำให้รอยแผลกระทบ ดังเช่น การวิ่ง กระโจน รวมทั้งห้ามเท้าคางเด็ดขาด
5. ตอนแรกๆให้นอนหงาย รวมทั้งหนุนหมอนสูงๆเพื่อลดอาการบวม รวมทั้งเลือดคั่ง
6. งดเว้นรับประทานอาหารรสจัด ของกินร้อน ของดอง รวมทั้งของกินที่จำเป็นต้องใช้แรงบด รวมทั้งงดเว้นของกึ่งสุกกึ่งดิบเพราะเหตุว่าอาจมีเชื้อโรคแปดเปื้อนได้
7. กินน้ำมากมายๆโดยควรที่จะใช้หลอดดูด เพื่อลดการขยับคาง
8. งดเว้นการสูบยาสูบและก็การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เลือดสูบฉีดขึ้นบริเวณใบหน้ามากมาย จะมีผลให้หน้าบวมได้
9. ควรจะทานยาดังที่หมอสั่ง พร้อมดูแลแผลอย่างเคร่งครัด จะช่วยทำให้แผลหายเร็วเพิ่มขึ้น
10. แม้มีลักษณะอาการแตกต่างจากปกติจากการศัลยกรรม หรือสงสัยว่าตนเองมีลักษณะไม่ดีเหมือนปกติ ควรจะรีบไปพบหมอโดยทันที
บริเวณใบหน้าที่มองสวย ต้องมีความสมดุลใน 4 ตำแหน่งบนบริเวณใบหน้า เป็น ส่วนของหน้าผาก, โหนกแก้ม, จมูก แล้วก็คาง ถ้าเปรียบอวัยวะบนบริเวณใบหน้าแล้ว คางอาจมีความสะดุดตาน้อยกว่าจมูกหรือตำแหน่งอื่น แต่ว่าถ้าเกิดใคร่ครวญจากองค์ประกอบบริเวณใบหน้าที่ได้รูปรวมทั้งบริบูรณ์ คาง เป็นส่วนประกอบที่สำคัญในความสมบูรณ์นั้นด้วย แต่ว่าส่วนมากคนมักละเลยเรื่องของคางไป อาจจะบอกได้ว่าการมีจมูกโด่งได้รูปทำให้บริเวณใบหน้ามองสะดุดตา แต่ว่าการมีคางที่รับกับจมูก ทำให้บริเวณใบหน้ามองเพอร์เฟ็คขึ้น
การผ่าตัดเสริมคางเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาคางสั้น หรือหลบเข้าไปภายใน ไม่มีปลายคาง ทำให้บริเวณใบหน้ามองสั้นกลม ขาดความอ่อนน้อม
Filler (ฟิลเลอร์) VS Silicone (ซิลิโคน)
“คาง” ถือว่ามีความหมายมากมาย เพราะว่าเป็นส่วนระบุความยาวแล้วก็ความเรียวของบริเวณใบหน้า แม้บริเวณใบหน้าสั้น คางสั้น มีขนาดกว้าง และก็คางใหญ่ การปรับรูปคางให้มีความยาวที่มากขึ้น แคบ รวมทั้งเรียวขึ้น จะยิ่งช่วยสนับสนุนให้บริเวณใบหน้ามองเรียว แล้วก็ชวนชม สำหรับเพื่อการเสริมคางนั้น มีอีกทั้งแนวทางการผ่าตัดใส่ซิลิโคนเสริม และก็การฉีดฟิลเลอร์ (Filler) แต่ว่าคนไม่ใช่น้อยคงจะมีปัญหาแล้วก็คำถามกันว่า “เสริมคางทั้งทีจะใช้ฟิลเลอร์ หรือซิลิโคน” ควรที่จะทำการเลือกแบบไหนดี ข้อแรกมาทำความรู้จักกับ “ฟิลเลอร์” กันก่อนว่าเป็นอย่างไร ??
ฟิลเลอร์เป็นอย่างไร ?
ฟิลเลอร์ เป็น สารเติมเต็ม ที่เอาไว้ฉีดเติมเต็มให้กับร่องรอยลึกๆดังเช่นว่า หน้าผาก ร่องน้ำหมาก ฯลฯซึ่งสารเติมเต็มจำพวกที่มีความปลอดภัย ได้แก่ Hyaluronic Acid (HA) จะแก่การคงอยู่โดยประมาณ 1-2 ปี, เหมือนกันกับ Collagen จะแก่การคงอยู่ราวๆ 1-2 ปี, ไขมันของตัวเราเอง อายุ 1 ปี จะสลายโดยประมาณ 20% ส่วน ฟิลเลอร์ หรือสารเติมเต็ม ที่ปราศจากความไม่เป็นอันตราย ได้แก่ ซิลิโคนเหลว, น้ำมันที่ทำจากมะกอก ฯลฯ
การเสริมคางด้วยการฉีดฟิลเลอร์ เหมาะสมกับคนที่มีปัญหาไม่มากมาย ซึ่งแม้ว่าการฉีดฟิลเลอร์ จะเป็นขั้นตอนการเสริมคางที่มีความสบาย รวดเร็วทันใจ ทำง่าย แล้วก็ฟื้นเร็ว แต่ว่าก็มีข้อเสียเป็น ได้โอกาสไหล ทำให้เป็นทรงได้ออกจะยาก หากปรับปรุงวันหลังก็จะตรากตรำ เพราะเหตุว่าฟิลเลอร์ซึมไปกับผิวหนัง มีการอักเสบ เป็นก้อนแข็งได้
ส่วนการเสริมคางด้วยแนวทางใส่ซิลิโคน ข้อดีของซิลิโคนเป็น ทำเป็นทรงได้ง่าย อยู่ได้ถาวร รวมทั้งหากมีการอักเสบ เบี้ยว หรือเปล่าถูกใจก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ แต่ว่าแต่ ก่อนที่จะตัดสินใจศัลยกรรมเสริมคางควรจะเข้ามาขอความเห็น แล้วก็รับการตรวจพินิจพิจารณาจากหมอผู้ที่มีความชำนาญที่มีประสบการณ์ เพื่อให้มีความปลอดภัย
การเสริมคางด้วยซิลิโคนมีกี่แบบ ?
การใส่ซิลิโคนเสริมคางมีทั้งหมดทั้งปวง 3 แบบ เป็น
1. เสริมซิลิโคนลงด้านล่าง แนวทางลักษณะนี้เหมาะกับผู้ที่มีคางสั้น ซึ่งการประเมินจะต้องได้สัดส่วนจากหน้าผาก-จมูก-คาง ทั้งยัง 3 ส่วนนี้จำเป็นต้องได้สัดส่วนเสมอกัน
2. เสริมซิลิโคนออกมาข้างหน้า วิธีการแบบนี้เหมาะกับผู้ที่คางหลบ เป็นเวลาดูข้างๆคางจะหลบไปข้างหลัง ก็จะเสริมออกมาข้างหน้า
3. เสริมซิลิโคนออกมากึ่งกลางระหว่างบนรวมทั้งด้านล่าง วิธีแบบนี้เหมาะกับผู้ที่คางสั้น แล้วก็หลบ แนวทางแบบนี้จำต้องเสริมออกมากึ่งกลาง สำหรับผู้ที่เป็นไม่น้อยเลยทีเดียวบางครั้งอาจจะจะต้องตัดกระดูก เลื่อนกระดูกฟันกราม และก็การเลื่อนกระดูกจะต้องทำร่วมกับการจัดฟันด้วย
การผ่าตัดเสริมคาง
การผ่าตัดเสริมคาง ทำเป็นโดยขั้นตอนการฉีดยาชาเฉพาะที่ เสริมด้วยแท่งซิลิโคน แผลผ่าตัดจะอยู่ภายในปากรอบๆระหว่างซอกของริมฝีปากข้างล่างภายในกับเหงือก ไม่เห็นแผลจากข้างนอก เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย ไม่ต้องตัดไหม
การตระเตรียมก่อนจะมีการผ่าตัด
- แจ้งเรื่องราวแพ้ยา ถ้าหากมีโรคประจำตัว ควรจะขอความเห็นหมอที่ดูแลแล้วก็แจ้งหมอผู้ที่ทำการผ่าตัดด้วย
- ไม่ต้องงดเว้นของกิน ทานอาหารตามเดิม และก็ควรจะแปรงฟันให้สะอาดก่อนมาผ่าตัด
- งดเว้นยาแอสไพริน, ไอบิวโพรเฟน แล้วก็วิตาราวๆ 1 อาทิตย์ ก่อนผ่าตัด
